ประโยชน์ของโครงการ


  • ได้การเชื่อมโยงและได้เครือข่ายจากภาคอุตสาหกรรมทำให้เกิดผลงานวิจัยที่นำไปใช้ได้จริง อีกทั้งเกิดการพัฒนาบุคลากรผู้สอนของมหาวิทยาลัย และยังสามารถนำความรู้มาถ่ายทอดให้กับนักศึกษา และได้ทราบโจทย์วิจัยที่ตรงกับความต้องการของสถานประกอบการ เกิดโอกาสที่จะขยายงานวิจัยไปสู่เชิงพาณิชย์ ได้พัฒนาบุคลากรที่ตรงกับความต้องการของสถานประกอบการ (ตรงกับตลาดแรงงาน) เกิดโอกาสในการพัฒนาเป็นงานวิจัยร่วมกับสถานประกอบการ เป็นโอกาสในการบริการวิชาการ
  • ได้สร้างผลงานวิจัยที่นำไปใช้ได้จริง ได้ทราบความต้องการงานวิจัยของอุตสาหกรรม ได้ประสบการณ์ในการทำงานวิจัยเพิ่มมากขึ้น ได้ประสบการณ์การนำผลงานวิจัยไปใช้ในเชิงพาณิชย์ อีกทั้งได้รับความรู้มาถ่ายทอดให้กับนักศึกษา ได้รับการยอมรับในวงการวิชาการรวมถึงภาคอุตสาหกรรม ผลงานที่เกิดขึ้นในระหว่างการปฏิบัติงานสามารถนำไปใช้ในการประเมินเงินเดือนได้
  • ได้นำงานวิจัยมาช่วยเพิ่มผลิตภาพหรือลดต้นทุนการผลิต สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพให้ดีขึ้นรวมถึงการเกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ เกิดการเชื่อมโยงในระยะยาวกับมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยของรัฐ ได้แจ้งความต้องการเพื่อให้มหาวิทยาลัยนำไปใช้ในการปรับปรุงหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการด้านกำลังคน เกิดการจ้างงานนักศึกษาที่เป็นผู้ช่วยนักวิจัยของโครงการซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการพัฒนาพนักงานใหม่

รายละเอียดโครงการ


  • – การวิจัยและพัฒนา
    – การแก้ปัญหาเชิงเทคนิค
    – การวิเคราะห์ทดสอบและระบบมาตรฐาน
    – การจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม
  • – มีระยะเวลาอย่างน้อย 3 เดือน และสูงสุด 2 ปี และสามารถขอขยายระยะเวลาการเข้าร่วมโครงการได้ไม่เกิน 2 หรือ 3 ครั้ง ขึ้นอยู่กับระเบียบของมหาวิทยาลัย
    – นักวิจัยต้องเข้าไปปฏิบัติงานในสถานประกอบการอย่างน้อย 1 วันต่อสัปดาห์ (หรือคิดเป็นสัดส่วนการปฏิบัติงานอย่างน้อย ร้อยละ 20 ของเวลาปฏิบัติงานเต็มเวลา)

คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการ


  • เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา หรือสถาบันวิจัยของภาครัฐ ที่มีภารกิจ/หน้าที่วิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และมีนักวิจัยและ/หรืองานวิจัยภายในหน่วยงาน
  • มีความรู้ ความสามารถหรือความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และได้รับความเห็นชอบจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันวิจัยของภาครัฐต้นสังกัด ทั้งนี้สามารถปฏิบัติงานได้ทั้งแบบเดี่ยวและกลุ่มวิจัย และอาจนำนักศึกษามาร่วมปฏิบัติงานในโครงการได้
  • เป็นบริษัท ห้างหุ้นส่วน ห้างหุ้นส่วนจำกัด มูลนิธิ สมาคม สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มอาชีพ วิสาหกิจชุมชน และเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายไทย ทั้งนี้ สวทน. จะสนับสนุนมหาวิทยาลัยหรือสถาบันวิจัยของภาครัฐต้นสังกัดที่ส่งบุคลากร วทน. ไปปฏิบัติงานในสถานประกอบการ เฉพาะการไปปฏิบัติงานในสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ตามคำจำกัดความของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กฎกระทรวงอุตสาหกรรม ลงวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2545 และมีคนสัญชาติไทยถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51

    ผู้ประกอบการ SME (สินทรัพย์ถาวร ≤ 200 ล้าน), ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ (สินทรัพย์ถาวร > 200 ล้าน)

       

    SME

    Non-SME

       

    ขนาดย่อม

    ขนาดกลาง

    การจ้างงาน

    ไม่เกิน 50 คน

    50-200 คน

    เกิน 200 คน

    มูลค่าสินทรัพย์ถาวร

    ไม่เกิน 50 ล้านบาท

    เกิน 50-200 ล้านบาท

    เกิน 200 ล้านบาท

เงื่อนไขในโครงการ


การประเมินความต้องการนักวิจัย / สถานประกอบการ


ผลประโยชน์ ผลตอบแทน


  • 1.สำหรับสถานประกอบการ: จะได้รับบริการในการติดต่อหานักวิจัยเพื่อไปปฏิบัติงาน และอำนวยความสะดวกในเรื่องต่างๆ อาทิ การเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าร่วมโครงการ การทำสัญญาตกลงกับสถานประกอบการและหน่วยงานต้นสังกัด
    – กรณีสถานประกอบการขนาดใหญ่ จะต้องมีการจ่ายค่าชดเชยให้กับต้นสังกัดของบุคลากรตามเงื่อนไขของมหาวิทยาลัย และอาจมีค่าใช้จ่ายเพื่อตอบแทนนักวิจัยขึ้นอยู่กับตามที่ตกลง
    – กรณีสถานประกอบการ SMEs ในระยะนำร่อง โครงการ Talent Mobility จะเป็นผู้สนับสนุนค่าชดเชยแก่ต้นสังกัดตามที่ สวทน. ได้รับอนุมัติ โดยอาจมีค่าใช้จ่ายเพื่อตอบแทนนักวิจัยขึ้นอยู่กับตามที่ตกลงระหว่างนักวิจัยและสถานประกอบการ

    2.สำหรับหน่วยงานต้นสังกัด: จะได้รับค่าชดเชยเพื่อหาบุคลากรปฏิบัติงานทดแทนจากสถานประกอบการ โดยในกรณีที่นักวิจัยเข้าไปปฏิบัติงานในสถานประกอบการที่เป็น SMEs โครงการจะเป็นผู้สนับสนุนค่าชดเชยในระยะนำร่องตามที่ สวทน. ได้รับอนุมัติ

    3.สำหรับนักวิจัย: ได้รับบริการในการติดต่อหาสถานประกอบการเพื่อไปปฏิบัติงาน และอำนวยความสะดวกในเรื่องต่างๆ อาทิ การทำสัญญาตกลงกับสถานประกอบการและหน่วยงานต้นสังกัด และเมื่อนักวิจัยเข้าไปปฏิบัติงานในสถานประกอบการจะได้รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง สวัสดิการตามปกติจากหน่วยงานต้นสังกัด และอาจได้รับค่าตอบแทนเพิ่มพิเศษ ขึ้นอยู่กับการตกลงระหว่างสถานประกอบการและหน่วยงานต้นสังกัด
call-33
ศูนย์อำนวยความสะดวกตามภูมิภาคต่างๆ