กลไกต่างๆในการการขับเคลื่อนนโยบาย

เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์โครงการ Talent Mobility ให้กับนักวิจัย อาจารย์ ผู้ประกอบการ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน รวมถึงเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกันเพื่อนำไปสู่การจับคู่และเกิดการเคลื่อนย้ายบุคลากร วทน. ไปปฏิบัติงานในภาคเอกชน ทางโครงการ Talent Mobility จึงมีการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความตระหนักแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง อาทิ นักวิจัยจากภาครัฐ ผู้ประกอบการที่ต้องการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม โดยมีรายละเอียดการจัดกิจกรรมดังนี้

1.การจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ที่ดำเนินการโดย สวทน.

1.1 กิจกรรม Talent Mobility Fair 2015 - 2016

กิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการ Talent Mobility และเป็นการเปิดโอกาสให้พบปะพูดคุยระหว่างหน่วยงานต่างๆของภาครัฐกับภาคเอกชน โดยกิจกรรม Talent Mobility Fair ครั้งที่ 1 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2558 ณ ห้องแกรนด์บอลลูม ชั้น 6 โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพฯ โดยภายในงานมีการจัดนิทรรศการของหน่วยงานที่ร่วมดำเนินการ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน และการเสวนาในหัวข้อต่างๆ เช่น “Talent Mobility ช่วยภาคเอกชนได้อย่างไร”, “การจัดการทรัพย์สินทางปัญญาในการดำเนินงานภาครัฐร่วมกับเอกชน” เป็นต้น กิจกรรมการจับคู่ความร่วมมือ (Matching) มีผู้เข้าร่วมงานทั้งหมด 478 คน และ Talent Mobility Fair ครั้งที่ 2 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2559 ณ ห้อง Plenary Hall 1-2 ศูนย์การประชุมแห่งชาต ...

จากการขับเคลื่อนโครงการ Talent Mobility ในช่วงเริ่มต้นซึ่งได้มีการสร้างความตระหนักถึงการเชื่อมโยงบุคลากรวิจัยกับสถานประกอบการมากขึ้น ภาครัฐจึงได้ขยายแนวทางการดำเนินการขับเคลื่อนให้สอดคล้องกันมากขึ้น สำนักงานส่งเสริมการลงทุนจึงได้มีการผลักดันให้กิจกรรมของ Talent Mobility เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมให้ภาคการลงทุน โดยได้มีประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ที่ 2/2557 (ฉบับที่ 2) เรื่องการขอรับสิทธิและประโยชน์เพิ่มเติมตามคุณค่าของโครงการ (Merit-based Incentives) เพื่อส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมให้สามารถรองรับภาคอุตสาหกรรมและบริการที่ใช้เทคโนโลยีสูง และยกระดับอุตสาหกรรมและบริการของไทย รวมถึงช่วยผลักดันให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้ในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมจากภาคเอกชนมาสู่บุคลากรไทยได้อย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ซึ่งมีสิทธิประโยชน์สำหรับนักลงทุน คือ สถานประกอบการสามารถขอรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมตามคุณค่าของโครงการ (Merit-based Incentive) ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากโครงการ Talent Mobility ตามประกาศจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ที่ 2/2557 (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2558

นอกจากนี้ ได้มีการบรรจุเรื่องความร่วมมือ Talent Mobility ให้เป็นส่วนหนึ่งในนโยบายการส่งเสริมเขตเศรษฐกิจพิเศษในรูปแบบคลัสเตอร์ ตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่ 10/2558 เรื่องนโยบายส่งเสริมการลงทุนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษในรูปแบบคลัสเตอร์ อนุสนธิประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่ 2/2557 ลงวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2557 เรื่องนโยบายและหลักเกณฑ์การส่งเสริมการลงทุน เพื่อสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่มูลค่า (Value Chain) และนำไปสู่การสร้างฐานอุตสาหกรรมแห ...

เมื่อพิจารณาการกระจุกตัวของบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) ของประเทศพบว่าบุคลากร วทน. ส่วนใหญ่อยู่ในภาครัฐ ดังแสดงตามตารางด้านล่าง

Sc01.PNG

ซึ่งจากส่วนหนึ่งของเป้าหมายของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ต้องการให้สัดส่วนร้อยละบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนาแบบทำงานเต็มเวลา (R&D personel: FTE) (person-year) ในภาคเอกชนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60

ด้วยเหตุนี้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมให้บุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมจากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยของภาครัฐไปปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในภาคเอกชน (Talent Mobility) เพื่อก่อให้เกิดการเคลื่อนย้ายบุคลากร วทน. ชั่วคราวเพื่อไปดำเนินกิจกรรมวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมในภาคเอกชน ก่อให้เกิดการสร้างบุคลากร วทน. รุ่นใหม่จากการนำนักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมในฐานะผู้ช่วยนักวิจัย และการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคเอกชน จากการดำเนินโครงการพบว่า อุปสรรคส่วนใหญ่เกิดจากภาระงานจำนวนมากของอาจารย์ในมหาวิทยาลัย

เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศด้วย วทน. หน่วยงานภาครัฐจำนวนมากได้ดำเนินการสนับสนุนทุนการศึกษาให้บุคลากรผู้มีศักยภาพด้าน วทน. เพื่อทำการศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่ได้จากการศึกษามาสนับสนุนการพัฒนาประเทศ อาทิ ทุนกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทุนสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (พสวท.) ทุนโครงการพัฒนานักวิจัยและงานวิจัยเพื่ออุตสาหกรรม (พวอ.) และทุนโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) อย่างไรก็ตามจากการสำรวจสถานภาพการทำงานของนักเรียนทุน คปก. พบว่าร้อยละ 62 ของนักเรียนทุน คปก. ประกอบอาชีพเป็นอาจารย ...

ที่มาของกลไก: จากตัวเลขการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาในปี 2558 ซึ่งสำรวจโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ พบว่าอุตสาหกรรมอาหารเป็นกลุ่มที่มีการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาสูงที่สุดและมีแนวโน้มที่สูงขึ้นทุกปี ดังนั้นการเตรียมบุคลากรวิจัยเพื่อรองรับการเติบโตด้านการวิจัยและพัฒนาของกลุ่มอุตสาหกรรมนี้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์ในปัจจุบันนักวิจัยภายในบริษัทอาหารส่วนใหญ่ยังขาดประสบการณ์ในการวิจัยและพัฒนาที่ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรม และยังขาดความรู้เชิงวิชาการในอุตสาหกรรมที่ตนเกี่ยวข้อง เนื่องจากอุตสาหกรรมอาหารแต่ละชนิดต้องการองค์ความรู้ที่เฉพาะด้าน นอกจากนี้บริษัทยังขาดเครื่องมือการวิจัยที่เฉพาะและทันสมัย รวมถึงบุคลากรยังขาดความชำนาญในการใช้เครื่องมือดังกล่าวในการทำวิจัย ทำให้เมื่อมีปัญหาภายในบริษัทที่ต้องการแก้ไขด้วยงานวิจัยหรือการพัฒนาสินค้าใหม่ บริษัทจึงอาศัยการจ้างผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกซึ่งมักเป็นนักวิจัยในมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานของรัฐให้ทำวิจัยให้แก่บริษัทเป็นกรณีไป ทำให้บุคลากรวิจัยของบริษัทไม่ได้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาทักษะด้านการวิจัยเท่าที่ควร

เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของนักวิจัยในภาคเอกชนที่มีอยู่ให้สามารถดำเนินการวิจัยได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน รวมไปถึงการเพิ่มศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนาของนักวิจัยรุ่นใหม่ซึ่งเป็นกลุ่มของนักศึกษาที่เพิ่งจบการศึกษาระดับปริญญาโท หรือระดับปริญญาเอก ที่ยังขาดทักษะในการวิจัยในอ ...

จากการที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ดำเนินการโครงการส่งเสริมและสนับสนุนบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการจัดการจากภาครัฐและสถาบันอุดมศึกษาไปปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในภาคการผลิตและบริการ (Talent Mobility) พบว่าสถานประกอบการมีความต้องการเข้าร่วมโครงการฯ เป็นจำนวนมาก ทางศูนย์อำนวยความสะดวก Talent Mobility จึงจัดกิจกรรมการพัฒนาเครือข่ายอุตสาหกรรมการร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันอุดมศึกษาและสถานประกอบการ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาตลอดจนส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดการลงทุนทำวิจัยและพัฒนาเพิ่มมากขึ้นในภาคการผลิตและบริการ

รูปแบบของแนวทางพัฒนาความร่วมมือดำเนินการจัดกิจกรรมพัฒนาเครือข่ายอุตสาหกรรมตามสาขายุทธศาสตร์ภูมิภาคความร่วมมือโครงการ Talent Mobility

ศูนย์อำนวยความสะดวก Talent Mobility ภาคเหนือดำเนินการจัดกิจกรรมพัฒนาเครือข่ายอุตสาหกรรมตามสาขายุทธศาสตร์ภูมิภาคความร่วมมือโครงการ Talent Mobility ทั้งสิ้น 4 สาขายุทธศาสตร์ ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและการแปรรูปอาหาร อุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีการแพทย์และเครื่องสำอาง

วัตถุประสงค์ของแนวทางพัฒนาความร่วมมือดำเนินการจัดกิจกรรมพัฒนาเครือข่ายอุตสาหกรรมตามสาขายุทธศาสตร์ภูมิภาคความร่วมมือโครงการ Talent Mobility

เพื่อสร้างเครือข่ายระหว่างสถานประกอบการและนักวิจัย รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคลากรวิจัยในภาครัฐและสถาบันอุดมศึกษาไปปฏิบัติงานเพื่อแก้ไขปัญหาและเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตให้กับภาคอุตสาหกรรม โดยมีการรวบรวมข้อมูลจากสถานประกอบการต่างๆ มาวิเคราะห์โจทย์และปัญหาในภาพรวมแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม และส่งเสริมกิจกรรมการจับคู่ระหว่างภาครัฐ สถาบันอุดมศึกษาและสถานประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมตามยุทธศาสตร์เป้าหมาย เพื่อให้เกิดการเคลื่อนย้ายบุคลากร วทน. ของภาครัฐและสถาบันอุดมศึกษาไปปฏิบัติงานในภาคอุตสาหกรรม

กรอบแนวทางพัฒนาความร่วมม ...

ตามที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) ได้เริ่มนำร่องขับเคลื่อน “โครงการส่งเสริมบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมจากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยของภาครัฐไปปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในภาคเอกชน (Talent Mobility)” เพื่อให้เกิดการเคลื่อนย้ายบุคลากรให้ไปปฏิบัติงานในภาคเอกชน จากการดำเนินการที่ผ่านมาพบว่าสถานประกอบการที่บุคลากร วทน. เข้าไปปฏิบัติในรูปแบบโครงการนำร่องส่วนใหญ่เป็นสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ในขณะที่สถานประกอบการขนาดใหญ่ที่มีความพร้อมในการทำกิจกรรมวิจัยและพัฒนา และมีการแสดงเจตจำนงต้องการบุคลากร วทน. เข้าไปปฏิบัติงานวิจัยและพัฒนาเป็นจำนวนมาก กลับมีจำนวนโครงการนำร่องที่บุคลากร วทน. เข้าไปปฏิบัติงานจำนวนน้อย

ดังนั้นทาง สวทน. จึงมีการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือร่วมกับมูลนิธิศึกษาวิจัยและพัฒนาเพื่อสังคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในการจัดทำกลไกการส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งให้กับสถานประกอบการขนาดใหญ่และบริษัทที่มีความพร้อมในการทำกิจกรรมวิจัยและพัฒนา ภายใต้โครงการศูนย์ส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาของภาคเอกชนในประเทศไทย เพื่อนำไปสู่ 1) การเชื่อมโยงอย่างเป็นรูปธรรมระหว่างภาคอุดมศึกษาและภาคอุตสาหกรรม (University-Industry Linkages) และ 2) การสนับสนุนให้เกิดการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาของภาคเอกชน เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

รูปแบบของกลไกการสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่สำหรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

มูลนิธิศึกษาวิจัยและพัฒนาเพื่อสังคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (CRDC-FC) ได้สนับสนุนให้มีการสร้างเครือข่ายนักวิจัยที่มีประสบการณ์และนักวิจัยใหม่ และมีการร่วมมือกันระหว ...

แนวทางการพัฒนาและปรับตัวของประเทศไทยเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจและสังคมระหว่างประเทศที่เกิดขึ้น และเพื่อให้ประเทศไทยก้าวพ้นจากกลุ่มประเทศรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap) คือการพัฒนาประเทศให้มีรูปแบบเศรษฐกิจและสังคมฐานความรู้เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันที่ยั่งยืน ซึ่งการลงทุนด้านการวิจัย พัฒนาและนวัตกรรมเพื่อสร้างและสะสมองค์ความรู้นับเป็นกลไกสำคัญหนึ่งในการขับเคลื่อน จากที่มาดังกล่าวทำให้สถานประกอบการในประเทศไทยบางส่วนเริ่มมีการปรับตัวเพื่อดำเนินกิจกรรมที่ใช้ความรู้เข้มข้นมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินกิจกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อพัฒนาให้องค์กรมีนวัตกรรมและเอกลักษณ์เป็นของตนเองอันเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่การเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของสถานประกอบการได้ ซึ่งในปัจจุบันสถานประกอบการสามารถรับการช่วยเหลือและสนับสนุนผ่านโครงการต่างๆ ของภาครัฐได้

การสนับสนุนของภาครัฐในปัจจุบันอยู่ในรูปแบบของโครงการที่หลากหลาย อาทิโครงการส่งเสริมบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมจากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยของภาครัฐไปปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในภาคเอกชน (Talent Mobility: TM) และโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (Industrial Technology Assistance Program: ITAP) ซึ่งเป็นโครงการที่เป็นที่รู้จักและมีการขอรับการสนับสนุนเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีวัตถุประสงค์ของโครงการที่คล้ายคลึงกันคือเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม โดยการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีการลงทุนวิจัยและพัฒนาเพิ่มขึ้น และมีการเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันเป็นเครือข่ายระหว่างนักวิจัยหรือผู้เชี่ยวชาญในสถาบันอุดมศึกษากับผู้ประกอบการในภาคเอกชน โดยโครงการ TM เป็นโครงการที่มีการสนับสนุนค่าชดเชยไปที่ต้นส ...

โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (สวทน.) และสถาบันวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรม (สวน.) โดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อพัฒนาองค์ความรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ให้กับผู้บริหารและบุคลากรวิจัยของสถานประกอบการในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME ใน 3 คลัสเตอร์ นำร่องสำคัญ ได้แก่ คลัสเตอร์อาหาร คลัสเตอร์อุตสาหกรรมการเกษตร และคลัสเตอร์ผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม ให้สามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตของธุรกิจ นำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนในอนาคต ซึ่งรูปแบบการจัดกิจกรรมของโครงการเน้นการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ ภายใต้หลักสูตร “NEXT GEN INNOVATOR : UIL Technology Management for Talent Mobility ” มีระยะเวลาในการฝึกอบรมประมาณ 3 เดือน โดยโครงการนี้เป็นการเชื่อมโยงระหว่างภาครัฐ มหาวิทยาลัย และสถานประกอบการ

หลักสูตรอบรม NEXT GEN INNOVATOR

ประกอบด้วยกิจกรรม ทั้งการอบรมเชิงปฏิบัติการ เช่น Creative and innovative Thinking, Value Chain Analysis and Innovation Trends, Product Analysis and Feasibility Study เน้นการแชร์ประสบการณ์ของสถานประกอบการณ์ที่ประสบความสำเร็จ การศึกษาดูงานในหน่วยวิจัยของมหาวิทยาลัยและภาคอุตสาหกรรม การฝึกพัฒนาและนำเสนอโครงการ รวมถึงกิจกรรมเสริมความรู้อื่นๆ นอกจากนี้ยังมีการจับคู่นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยให้กับโจทย์ที่ผู้เข้าร่วมอบรมพัฒนาขึ้นผ่านกลไกของโครงการ Talent Mobility

ภาพกิจกรรม NEXT GEN INNOVATOR รุ่นที่ 1 และ 2

01.jpg

02.jpg

03.jpg

04.jpg

ผลลัพธ์ของกลไก

ปัจจุบันได้มีการดำเนินกิจกรรม NEXT GEN INNOVATOR ทั้งหมด 2 ...

ด้วยการสนับสนุนให้ประเทศไทยสามารถขับเคลื่อนประเทศด้วยรูปแบบเศรษฐกิจฐานความรู้ (Knowledge-based Economy) เพื่อเป็นการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ การบริหารจัดการองค์ความรู้ด้าน วทน. ของประเทศจึงกลายเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ ซึ่งก่อให้เกิดการสร้างองค์ความรู้ใหม่ การกระจายองค์ความรู้ และการใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้ ด้วยเหตุนี้ สวทน. และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีจึงได้ร่วมกันจัดตั้งศูนย์อำนวยความสะดวก วทน. (STI Facilitation Center) และพัฒนากลไกการอำนวยความสะดวกเพื่อการบริหารจัดการองค์ความรู้ด้าน วทน. ให้เป็นรูปธรรม ซึ่งนำไปสู่การใช้ประโยชน์และการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐาน ทรัพยากร องค์ความรู้และทรัพย์สินทางปัญญา มาตรการสนับสนุนด้าน วทน. และการเชื่อมโยงของภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน นอกจากนี้ศูนย์ดังกล่าวจะถูกนำร่องและถูกศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาให้กลายหน่วยงานบริหารจัดการองค์ความรู้ต้นแบบ ที่จะสามารถนำไปสร้างความเข้มแข็งให้ระบบนิเวศน์นวัตกรรมในมหาวิทยาลัยอื่นๆ ได้

STIFC_01.png

ศูนย์อำนวยความสะดวก วทน. (STI Facilitation Center) ได้เริ่มดำเนินการนำร่องตั้งแต่ในปี 2557 โดยมี 6 หน้าที่หลักคือ

  1. สนับสนุนองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และการพัฒนาธุรกิจฐานเทคโนโลยี ให้กับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Knowledge Exchange for SME) เช่น การจัดฝึกอบรมโดยผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ
  2. อำนวยความสะดวกด้านกำลังคนและบุคลากร วทน. (HRD Services) ประกอบด้วย บริการดังนี้ 2.1) จัดตั้งและดำเนินงานศูนย์อำนวยความสะดวก Talent Mobility (Talent Mobility Clearing House) และมีระบบการดำเนินการและบุคลากร เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาครัฐและสถาบันอุดมศึกษาไปปฏิบัติงานเพื่อเพ ...

เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดกลไกความเชื่อมโยงระหว่างบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ผู้ประกอบการ และนักออกแบบโดย สวทน. และ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ได้ร่วมจัดทำ “โครงการเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการด้านการวิจัยควบคู่กับการออกแบบ” ซึ่งมีการนำร่องรูปแบบกิจกรรมที่ส่งเสริมให้บุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม กับ ผู้ประกอบการ และนักออกแบบเกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้และเกิดกิจกรรมวิจัยและพัฒนาร่วมกัน ร่วมถึงประชาสัมพันธ์เพื่อเสริมสร้างความตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นในการเคลื่อนย้ายบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมจากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยของภาครัฐไปปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในภาคเอกชน (Talent Mobility) ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาจากการขาดแคลนบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในอนาคต

กิจกรรมในโครงการนำร่องมีดังนี้

1.นิทรรศการงานวิจัยกึ่งสำเร็จรูปเป็นการนำเสนอข้อมูลผลงานวิจัย จำนวน 50 ผลงานมานำเสนอในนิทรรศการและทำการปรับรูปแบบให้เข้าใจง่าย ผู้เข้าชมสามารถมองเห็นประโยชน์ของงานวิจัย อันเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำผลงานวิจัยไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ต่อไป ด้วยกลไลการจับคู่เชื่อมโยงที่ดำเนินการโดยศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC)

1.jpg

2.กิจกรรมเสวนาเพื่อการจับคู่เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถรับฟังการนำเสนอผลงานวิจัยในด้านต่างๆและเกิดการแลกเปลี่ยนความต้องการระหว่างนักวิจัย ผู้ประกอบการและนักออกแบบ นำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ต่อไป

2.jpg

3.jpg

3.กิจกรรมจับคู่ธุรกิจให้คำปรึกษารายบริษัทเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถปรึกษานักวิจัยในประเด ...