เครือข่ายมหาวิทยาลัยภาคกลาง

ภาคกลาง 1.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีหน่วยงาน: ศูนย์อำนวยความสะดวกด้านบุคลากรและเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรมที่ตั้ง: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (อาคารเคเอกซ์) ชั้น 12 110/1 ถนนกรุงธนบุรี แขวงบางลำภูล่างเขตคลองสาน กรุงเทพฯ 10600โทรศัพท์: 0-2470-9920 ถึง 1  อีเมล: talent@kmutt.ac.thผู้ประสานงาน1.นางสาวขวัญเรือน จันทวงษ์ เบอร์โทรศัพท์ 083-7415843อีเมล khuanruan.jan@kmutt.ac.th2.นางสาวอัญนาฏ รัตนสถิตกุล เบอร์โทรศัพท์ 097-0314559อีเมล aunyanat.rat@kmutt.ac.th 2.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยหน่วยงาน: ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ตั้ง: 254 อาคารวิจัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชั้น 4 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330โทรศัพท์ 0-2218-2880 ต่อ 561-564 อีเมล icochulaunisearch@gmail.comเว็บไซต์www.ico.unisearch.chula.ac.thผู้ประสานงาน1. นางสาวกิติยา จุมปา เบอร์โทรศัพท์ 02-218 2880 ต่อ 564อีเมล kitiya.j@chula.ac.th2. นางสาวจุฑามาศ สิริรัตน์  เบอร์โทรศัพท์ 08-9678-5167อีเมล sjuthams@gmail.com

รายชื่อผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอาหาร

รายชื่อผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอาหาร สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (สวทน.) ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมจากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยของภาครัฐไปปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในภาคเอกชน (Talent Mobility) เพื่อให้บุคลากรที่มีองค์ความรู้ ทักษะ และความเชี่ยวชาญทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยของภาครัฐ มีส่วนร่วมในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Value-based Economy) และส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างภาคอุดมศึกษาและภาคอุตสาหกรรม (University-Industry Linkages) อย่างเป็นรูปธรรม เกิดการถ่ายทอดแลกเปลี่ยนความรู้และสร้างองค์ความรู้ใหม่ ทำให้เกิดนวัตกรรมที่มีประโยชน์ต่อประชาชนและช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนในระยะยาว คลิกเพื่อดาวน์โหลด รายชื่อผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอาหาร โครงการ Talent Mobility เริ่มมีการนำร่องการดำเนินงานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 ร่วมกับโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP) ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จากนั้นในปี พ.ศ. 2557 สวทน. มีการสนับสนุนให้จัดตั้งศูนย์อำนวยความสะดวก Talent Mobility ขึ้น 4 แห่ง ตามภูมิภาค ซึ่งมหาวิทยาลัยที่ร่วมดำเนินการได้เริ่มมีการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อให้มีความสอดคล้องกับการดำเนินโครงการฯ ต่อมาในปี พ.ศ. 2558 มีมติคณะรัฐมนตรี ออกมาเพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการฯ และ สวทน. ได้ขยายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่างๆ มากขึ้น และมีการบูรณาการการดำเนินโครงการฯ

รายชื่อผู้เชี่ยวชาญในสาขาหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ

รายชื่อผู้เชี่ยวชาญในสาขาหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมจากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยของภาครัฐ ไปปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในภาคเอกชน (Talent Mobility) โดยการเคลื่อนย้ายอาจารย์และนักวิจัยซึ่งส่วนใหญ่ปฏิบัติงานอยู่ในมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยของภาครัฐไปร่วมดำเนินงานด้านการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมกับภาคเอกชน พร้อมกันกับการสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ซึ่งปัจจุบันยังเป็นนิสิตนักศึกษา ซึ่งนับเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการมีส่วนร่วมในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Value-Based Economy) และส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างภาคอุดมศึกษาและภาคอุตสาหกรรม (University-Industry Iinkages) อย่างเป็นรูปธรรม เกิดการถ่ายทอดแลกเปลี่ยนความรู้และสร้างองค์ความรู้ใหม่ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน คลิกเพื่อดาวน์โหลด รายชื่อผู้เชี่ยวชาญในสาขาหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ เพื่อรองรับการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคเอกชน รวมถึงอำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ โครงการ Talent Mobility ได้มีการสร้างระบบ Clearing House ขึ้นมาอำนวยความสะดวกในการเชื่อมโยงบุคลากรของภาครัฐให้ไปช่วยภาคเอกชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ปัจจุบัน สวทน. ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) กระทรวงศึกษาธิการ ในการส่งเสริมและสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยเข้าร่วมโครงการกว่า 21 แห่ง และมีหน่วยงานร่วมดำเนินการอีกกว่า 7 แห่ง จากการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบันมีบุคลากรวิจัยจากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยภาครัฐที่เคลื่อนย้ายไปปฏิบัติงานในภาคเอกชนรวมทั้งสิ้น 1,237 คน ไปยังสถานประกอบการ จำนวน 376 แห่ง แบ่งเป็นบุคลากรจากมหาวิทยาลัย 1,114 คน (นักวิจัย

กลไกการสร้างความตระหนัก เพื่อให้เกิดการจับคู่เชื่อมโยง

กลไกการสร้างความตระหนัก เพื่อให้เกิดการจับคู่เชื่อมโยง เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์โครงการ Talent Mobility ให้กับนักวิจัย อาจารย์ ผู้ประกอบการ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน รวมถึงเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกันเพื่อนำไปสู่การจับคู่และเกิดการเคลื่อนย้ายบุคลากร วทน. ไปปฏิบัติงานในภาคเอกชน ทางโครงการ Talent Mobility จึงมีการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความตระหนักแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง อาทิ นักวิจัยจากภาครัฐ ผู้ประกอบการที่ต้องการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม โดยมีรายละเอียดการจัดกิจกรรมดังนี้ 1. การจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ที่ดำเนินการโดย สวทน. 1.1 กิจกรรม Talent Mobility Fair 2015 – 2016กิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการ Talent Mobility และเป็นการเปิดโอกาสให้พบปะพูดคุยระหว่างหน่วยงานต่างๆของภาครัฐกับภาคเอกชน โดยกิจกรรม Talent Mobility Fair ครั้งที่ 1 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2558 ณ ห้องแกรนด์บอลลูม ชั้น 6 โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพฯ โดยภายในงานมีการจัดนิทรรศการของหน่วยงานที่ร่วมดำเนินการ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน และการเสวนาในหัวข้อต่างๆ

ระบบการเชื่อมโยงนักวิจัยเพื่อสนับสนุนการลงทุน (BOI)

ระบบการเชื่อมโยงนักวิจัยเพื่อสนับสนุนการลงทุน (BOI) จากการขับเคลื่อนโครงการ Talent Mobility ในช่วงเริ่มต้นซึ่งได้มีการสร้างความตระหนักถึงการเชื่อมโยงบุคลากรวิจัยกับสถานประกอบการมากขึ้น ภาครัฐจึงได้ขยายแนวทางการดำเนินการขับเคลื่อนให้สอดคล้องกันมากขึ้น สำนักงานส่งเสริมการลงทุนจึงได้มีการผลักดันให้กิจกรรมของ Talent Mobility เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมให้ภาคการลงทุน โดยได้มีประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ที่ 2/2557 (ฉบับที่ 2) เรื่องการขอรับสิทธิและประโยชน์เพิ่มเติมตามคุณค่าของโครงการ (Merit-based Incentives) เพื่อส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมให้สามารถรองรับภาคอุตสาหกรรมและบริการที่ใช้เทคโนโลยีสูง และยกระดับอุตสาหกรรมและบริการของไทย รวมถึงช่วยผลักดันให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้ในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมจากภาคเอกชนมาสู่บุคลากรไทยได้อย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ซึ่งมีสิทธิประโยชน์สำหรับนักลงทุนคือ สถานประกอบการสามารถขอรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมตามคุณค่าของโครงการ (Merit-based Incentive) ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากโครงการ Talent Mobility ตามประกาศจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ที่ 2/2557 (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2558 พิเศษในรูปแบบคลัสเตอร์ ตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่ 10/2558 เรื่องนโยบายส่งเสริมการลงทุนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษในรูปแบบคลัสเตอร์ อนุสนธิประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่ 2/2557 ลงวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2557 เรื่องนโยบายและหลักเกณฑ์การส่งเสริมการลงทุน เพื่อสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่มูลค่า (Value Chain)

กลไกการใช้ประโยชน์นักเรียนทุนภาครัฐเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในภาคเอกชน

กลไกการใช้ประโยชน์นักเรียนทุนภาครัฐเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในภาคเอกชน เมื่อพิจารณาการกระจุกตัวของบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) ของประเทศพบว่าบุคลากร วทน. ส่วนใหญ่อยู่ในภาครัฐ ดังแสดงตามตารางด้านล่าง ซึ่งจากส่วนหนึ่งของเป้าหมายของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ต้องการให้สัดส่วนร้อยละบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนาแบบทำงานเต็มเวลา (R&D personel: FTE) (person-year) ในภาคเอกชนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 วัตถุประสงค์กลไกการใช้ประโยชน์นักเรียนทุนภาครัฐฯ ข้อเสนอการสนับสนุนโครงการ เพิ่มเติมรูปแบบการสนับสนุนทุน “ทุนนักวิจัยเพื่ออุตสาหกรรม” เพื่อสนับสนุนให้มีการพัฒนาศักยภาพนักวิจัยรุ่นใหม่ สนับสนุนการทำวิจัยพัฒนาของภาคอุตสาหกรรม และเชื่อมโยงการวิจัยพัฒนาระหว่างนักวิจัยรุ่นใหม่กับภาคอุตสาหกรรม โดย สวทน. ร่วมสนับสนุนงบประมาณค่าใช้จ่ายประจำเดือนให้นักวิจัยระดับปริญญาโทและระดับปริญญาเอกในการทำวิจัยและพัฒนา ดังตาราง 1. ตาราง 1. รายละเอียดค่าใช้จ่ายในการร่วมสนับสนุนทุนนักวิจัยเพื่ออุตสาหกรรม (1 ปี ต่อระยะเวลาการดำเนินโครงการ) หมายเหตุ -ค่าใช้จ่ายในการร่วมสนับสนุนทุนนักวิจัยเพื่ออุตสาหกรรมระหว่าง สกว. และ สวทน. จะสนับสนุนทุนละไม่เกิน 2 ปี โดยมีการประเมินคุณภาพทุก 1 ปี -นักวิจัยจะต้องทำงานวิจัยเต็มเวลาให้กับสถาบันต้นสังกัด-มหาวิทยาลัยของต้นสังกัดของอาจารย์ที่ปรึกษา/นักวิจัยพี่เลี้ยงต้องร่วมสนับสนุนในแต่ละโครงการในกรณีของสถานประกอบการขนาดใหญ่ตามนิยามของกฎกระทรวงอุตสาหกรรม สถานประกอบการจะต้องดำเนินการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาในเขตเศรษฐกิจพิเศษในรูปแบบคลัสเตอร์ หรือดำเนินการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาในกลุ่ม 10 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ หรือดำเนินการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาในโครงการความร่วมมือระดับชาติ (National

กลไกส่งเสริมและสนับสนุนการเพิ่มศักยภาพของบุคลากรวิจัยในอุตสาหกรรมอาหาร (R&D Talent Development Program for Food Industry)

กลไกส่งเสริมและสนับสนุนการเพิ่มศักยภาพของบุคลากรวิจัยในอุตสาหกรรมอาหาร (R&D Talent Development Program for Food Industry)  จากตัวเลขการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาในปี 2558 ซึ่งสำรวจโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ พบว่าอุตสาหกรรมอาหารเป็นกลุ่มที่มีการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาสูงที่สุดและมีแนวโน้มที่สูงขึ้นทุกปี ดังนั้นการเตรียมบุคลากรวิจัยเพื่อรองรับการเติบโตด้านการวิจัยและพัฒนาของกลุ่มอุตสาหกรรมนี้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์ในปัจจุบันนักวิจัยภายในบริษัทอาหารส่วนใหญ่ยังขาดประสบการณ์ในการวิจัยและพัฒนาที่ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรม และยังขาดความรู้เชิงวิชาการในอุตสาหกรรมที่ตนเกี่ยวข้อง เนื่องจากอุตสาหกรรมอาหารแต่ละชนิดต้องการองค์ความรู้ที่เฉพาะด้าน นอกจากนี้บริษัทยังขาดเครื่องมือการวิจัยที่เฉพาะและทันสมัย รวมถึงบุคลากรยังขาดความชำนาญในการใช้เครื่องมือดังกล่าวในการทำวิจัย ทำให้เมื่อมีปัญหาภายในบริษัทที่ต้องการแก้ไขด้วยงานวิจัยหรือการพัฒนาสินค้าใหม่ บริษัทจึงอาศัยการจ้างผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกซึ่งมักเป็นนักวิจัยในมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานของรัฐให้ทำวิจัยให้แก่บริษัทเป็นกรณีไป ทำให้บุคลากรวิจัยของบริษัทไม่ได้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาทักษะด้านการวิจัยเท่าที่ควร เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของนักวิจัยในภาคเอกชนที่มีอยู่ให้สามารถดำเนินการวิจัยได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน รวมไปถึงการเพิ่มศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนาของนักวิจัยรุ่นใหม่ซึ่งเป็นกลุ่มของนักศึกษาที่เพิ่งจบการศึกษาระดับปริญญาโท หรือระดับปริญญาเอก ที่ยังขาดทักษะในการวิจัยในอุตสาหกรรมจริง ทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดทำโครงการส่งเสริมและสนับสนุนการเพิ่มศักยภาพของบุคลากรวิจัยในอุตสาหกรรมอาหาร (R&D Talent Development Program for Food Industry) ซึ่งมีการจัดตั้งศูนย์พัฒนาบุคลากรวิจัยสำหรับอุตสาหกรรมอาหารขึ้น ณ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อดำเนินการนำร่องรูปแบบการบริหารหน่วยงานพัฒนานักวิจัยในภาคเอกชน เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ภาคเอกชนลงทุนทำวิจัยและพัฒนาเพิ่มขึ้นและเกิดความยั่งยืนต่อไป ลักษณะเด่นของศูนย์พัฒนาบุคลากรวิจัยในอุตสาหกรรมอาหาร รูปแบบของกลไก สิ่งที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการ

CEO INNOVATION FORUM 2019 EMPOWERING THE NEXT GEN FOR THE FUTURE ขุมพลังคนรุ่นใหม่แห่งอนาคต

งานใหญ่แห่งปี ที่ทุกคนรอคอย!! CEO INNOVATION FORUM 2019 ที่ปีนี้ มาภายใต้แนวคิด “CEO INNOVATION FORUM 2019 : Empowering the Next Gen for the Future ขุมพลังคนรุ่นใหม่แห่งอนาคต”วันจัดงาน : วันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน 2562สถานที่ : ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี🖱Click เพื่อลงทะเบียนร่วมงาน :www.ones.or.th/ceo2019(ไม่มีค่าใช้จ่ายในการร่วมงาน)

เตรียมการใหญ่!! สอวช. เชิญรัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย หารือการพัฒนากำลังคน เร่งผุด Manpower Planning ครั้งแรกของประเทศ

เตรียมการใหญ่!! สอวช. เชิญรัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย หารือการพัฒนากำลังคน เร่งผุด Manpower Planning ครั้งแรกของประเทศ (29 สิงหาคม 2562) อาคารจัตุรัสจามจุรี – สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดประชุมหารือการพัฒนากำลังคนของประเทศ (Manpower Planning) เชิญรัฐ เอกชน มหาวิทยาลัยกว่า 60 คนหารือ เร่งผุดแผนพัฒนากำลังคนตอบโจทย์ประเทศครั้งแรกของไทย ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ในอดีตที่ผ่านมา ประเทศไทยไม่เคยมีการวางแผนพัฒนากำลังคนที่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ และแม้ว่ามหาวิทยาลัยจะเป็นแกนหลักสำคัญในการพัฒนากำลังคน แต่ที่ผ่านมายังเป็นการพัฒนากำลังคนแบบ Supply Side อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนประเทศให้ก้าวไปข้างหน้า รวมถึงกระตุ้นให้เกิดการลงทุนด้านเทคโนโลยี จำเป็นต้องอาศัยกำลังคนที่มีความเชี่ยวชาญมาขับเคลื่อน เพราะฉะนั้น หากเราจะร่วมกันปลดล็อกนำพาประเทศไปข้างหน้า ประเทศไทยต้องมีแผนการพัฒนากำลังคนที่มาจากความต้องการของผู้ประกอบการอย่างแท้จริง “วันนี้เรามาช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้เกิดแผนพัฒนากำลังคนอย่างจริงจัง ทั้งแบบ Degree

แนวทางการพัฒนาความร่วมมือดำเนินการจัดกิจกรรมพัฒนาเครือข่ายอุตสาหกรรมตามสาขายุทธศาสตร์ภูมิภาคความร่วมมือโครงการ Talent Mobility (Focused Clusters of Talent Mobility)

แนวทางการพัฒนาความร่วมมือดำเนินการจัดกิจกรรมพัฒนาเครือข่ายอุตสาหกรรมตามสาขายุทธศาสตร์ภูมิภาคความร่วมมือโครงการ Talent Mobility (Focused Clusters of Talent Mobility) จากการที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ดำเนินการโครงการส่งเสริมและสนับสนุนบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการจัดการจากภาครัฐและสถาบันอุดมศึกษาไปปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในภาคการผลิตและบริการ (Talent Mobility) พบว่าสถานประกอบการมีความต้องการเข้าร่วมโครงการฯ เป็นจำนวนมาก ทางศูนย์อำนวยความสะดวก Talent Mobility จึงจัดกิจกรรมการพัฒนาเครือข่ายอุตสาหกรรมการร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันอุดมศึกษาและสถานประกอบการ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาตลอดจนส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดการลงทุนทำวิจัยและพัฒนาเพิ่มมากขึ้นในภาคการผลิตและบริการ รูปแบบของแนวทางพัฒนาความร่วมมือดำเนินการจัดกิจกรรมพัฒนาเครือข่ายอุตสาหกรรมตามสาขายุทธศาสตร์ภูมิภาคความร่วมมือโครงการ Talent Mobility ศูนย์อำนวยความสะดวก Talent Mobility ภาคเหนือดำเนินการจัดกิจกรรมพัฒนาเครือข่ายอุตสาหกรรมตามสาขายุทธศาสตร์ภูมิภาคความร่วมมือโครงการ Talent Mobility ทั้งสิ้น 4 สาขายุทธศาสตร์ ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและการแปรรูปอาหาร อุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีการแพทย์และเครื่องสำอาง วัตถุประสงค์ของแนวทางพัฒนาความร่วมมือดำเนินการจัดกิจกรรมพัฒนาเครือข่ายอุตสาหกรรมตามสาขายุทธศาสตร์ภูมิภาคความร่วมมือโครงการ Talent Mobility เพื่อสร้างเครือข่ายระหว่างสถานประกอบการและนักวิจัย รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคลากรวิจัยในภาครัฐและสถาบันอุดมศึกษาไปปฏิบัติงานเพื่อแก้ไขปัญหาและเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตให้กับภาคอุตสาหกรรม โดยมีการรวบรวมข้อมูลจากสถานประกอบการต่างๆ มาวิเคราะห์โจทย์และปัญหาในภาพรวมแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม และส่งเสริมกิจกรรมการจับคู่ระหว่างภาครัฐ สถาบันอุดมศึกษาและสถานประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมตามยุทธศาสตร์เป้าหมาย เพื่อให้เกิดการเคลื่อนย้ายบุคลากร วทน. ของภาครัฐและสถาบันอุดมศึกษาไปปฏิบัติงานในภาคอุตสาหกรรม กรอบแนวทางพัฒนาความร่วมมือดำเนินการจัดกิจกรรมพัฒนาเครือข่ายอุตสาหกรรมตามสาขายุทธศาสตร์ภูมิภาคของภาคเหนือ เพื่อปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์ในการกำหนดทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมของพื้นที่ภาคเหนือ โดยมีการเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมและสภาพแวดล้อมที่จะเกิดขึ้น เพื่อยกระดับศักยภาพของอุตสาหกรรมนำไปสู่ความสามารถในการแข่งขันกับนานาประเทศในอนาคตได้ ซึ่งกิจกรรมประกอบด้วย ผลจากการดำเนินกิจกรรม